กลไกฉันทามติ (Consensus mechanism)
สรุปสั้น ๆ Consensus mechanism คือชุดกฎเกณฑ์ที่โหนดบล็อกเชนใช้ตกลงร่วมกันว่าธุรกรรมใดถูกต้องและเรียงลำดับอย่างไร โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลาง
Consensus mechanism หรือกลไกฉันทามติ คือวิธีที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายศูนย์ใช้บรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับประวัติธุรกรรม หากไม่มีกลไกนี้ โหนดสองเครื่องอาจยอมรับธุรกรรมที่ขัดแย้งกัน เช่น การใช้เหรียญซ้ำ (double spending) กลไกนี้จึงเป็นตัวกำหนดว่าใครมีสิทธิ์เสนอสร้างบล็อกถัดไป โหนดอื่นจะตรวจสอบความถูกต้องอย่างไร และเมื่อไหร่ที่บล็อกนั้นจะถือว่าเป็นที่สิ้นสุด (finality)
สองรูปแบบที่รู้จักกันดีที่สุดคือ Proof of Work (PoW) และ Proof of Stake (PoS) โดย Proof of Work ที่ Bitcoin ใช้นั้น นักขุดต้องใช้พลังงานไฟฟ้าแก้โจทย์คณิตศาสตร์ และเชนที่มีการคำนวณสะสมมากที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะ ส่วน Proof of Stake ที่ Ethereum เปลี่ยนมาใช้ตั้งแต่ปี 2022 รวมถึงเชนอย่าง Solana จะให้ validator นำเหรียญมาล็อกไว้เป็นหลักประกัน (stake) และถูกสุ่มเลือกเพื่อเสนอและโหวตรับรองบล็อก ซึ่งหากทำผิดกฎจะถูกยึดเหรียญบางส่วน นอกจากนี้ยังมีรูปแบบอื่น ๆ เช่น Delegated Proof of Stake (DPoS) และ Proof of Authority (PoA) ที่ใช้กลุ่ม validator จำนวนน้อยที่ระบุตัวตนได้
สำหรับผู้ถือเหรียญ Consensus mechanism เป็นตัวชี้วัดความปลอดภัยและความเป็น decentralized ที่แท้จริงของบล็อกเชนที่คุณใช้งาน มันส่งผลต่อระยะเวลาที่คุณต้องรอคอนเฟิร์มธุรกรรม (finality), ต้นทุนที่แฮกเกอร์ต้องใช้หากจะโจมตีเครือข่าย และโอกาสที่ธุรกรรมจะถูกแบนหรือจัดเรียงลำดับใหม่ เชนที่รันด้วย validator เพียงไม่กี่รายอาจเร็วและค่าแก๊สถูก แต่ก็เสี่ยงต่อการถูกสั่งปิดเครือข่ายหรือถูกแทรกแซงได้ง่ายกว่า
เวลาประเมินบล็อกเชน อย่าดูแค่คำโฆษณา ให้ตรวจสอบว่ามี validator หรือนักขุดอิสระอยู่กี่ราย และกลุ่มใหญ่สุดไม่กี่รายถือสัดส่วน stake หรือกำลังขุด (hash power) รวมกันมากเกินไปหรือไม่ รวมถึงเชนเคยล่มหรือเกิดการ Reorg ลึก ๆ มาก่อนหรือเปล่า คำศัพท์การตลาดอย่าง consensus รูปแบบใหม่ อาจซ่อนระบบที่บริษัทเดียวเป็นผู้ดูแลโหนดเกือบทั้งหมดเอาไว้ นอกจากนี้ ควรสังเกตด้วยว่ากระดานเทรดต้องรอคอนเฟิร์มการฝากเหรียญกี่บล็อก เพราะนั่นสะท้อนถึงระยะเวลา settlement ที่แท้จริงของเชน




